บทที่ 6 EP6 สัญญาณแห่งชีวิต
‘แค่พักผ่อนน้อย ร้องไห้หนักเกินไป...ก็เท่านั้นแหละนลินดา’
พยาบาลสาวพยายามปลอบใจตัวเองผ่านเงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่ ดวงตาคู่สวยบวมช้ำอย่างเห็นได้ชัด คำพูดเชือดเฉือนของผู้ชายที่เพิ่งเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอเมื่อ คืนยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทตอกย้ำสถานะของเล่นที่ไร้ราคา นลินดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสะกดกลั้นความอ่อนแอ ซับหน้าจนแห้งสนิท เติมเครื่องสำอางบางเบาเพื่อปกปิดความทรุดโทรม แล้วก้าวเดินออกจากห้องน้ำเพื่อกลับไปทำหน้าที่ของตนเอง
บริเวณหน้าโถงต้อนรับของคลินิกเริ่มเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ทว่าสายตาของนลินดากลับพร่ามัวลงทุกขณะ เธอพยายามฝืนเดินไปที่เคาน์เตอร์เพื่อจัดเตรียมแฟ้มเอกสาร ทว่ากลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ผสมผสานกับกลิ่นกาแฟดำซึ่งรสาเพิ่งชงเสร็จและนำมาวางพักไว้ กลับลอยมากระทบจมูกอีกครั้ง มันกลายเป็นกลิ่นที่น่าสะอิดสะเอียนจนเธอไม่อาจทนฝืนได้อีกต่อไป
อาการพะอืดพะอมตีตื้นขึ้นมาจนจุกอยู่ที่ลำคอ นลินดาหมุนตัวกลับเตรียมจะวิ่งไปที่ห้องน้ำอีกรอบ ทว่าอาการหน้ามืดกลับจู่โจมอย่างกะทันหัน ภาพตรงหน้าตัดเป็นสีดำสนิท เรี่ยวแรงที่เคยมีมลายหายไปสิ้น ร่างบอบบางซวนเซไร้ทิศทางและกำลังจะล้มพับลงกับพื้นหินอ่อน
ทว่าก่อนที่ร่างของเธอจะร่วงหล่นลงไป วงแขนอบอุ่นของใครบางคนก็คว้าเอวบางเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที
“ระวังครับน้องลิน”
น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลและแฝงไปด้วยความอาทรดังขึ้นเหนือศีรษะ นลินดากะพริบตาถี่เพื่อขับไล่ความพร่ามัว เมื่อภาพตรงหน้าชัดเจนขึ้นเธอจึงพบว่าเจ้าของวงแขนที่โอบประคองเธออยู่คือ นายแพทย์วายุ กุมารแพทย์หนุ่มผู้มีรอยยิ้มอบอุ่นราวกับแสงแดดในยามเช้า เขาเป็นเพื่อนรุ่นน้องของตุลธรที่มักจะแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนที่คลินิกแห่งนี้อยู่บ่อยครั้ง
“หน้าซีดมากเลย เป็นอะไรหรือเปล่าครับ มานั่งพักตรงนี้ก่อนเถอะ” วายุไม่รอคำตอบ เขาค่อยๆ ประคองร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของพยาบาลสาวไปนั่งลงบนโซฟารับรองบุหนังสีครีมที่มุมมุมหนึ่งของคลินิกอย่างระมัดระวัง ท่าทีของเขาเต็มไปด้วยความเป็นสุภาพบุรุษที่ให้เกียรติสตรี
“ขอบคุณค่ะคุณหมอวายุ หนูแค่รู้สึกหน้ามืดนิดหน่อย” นลินดาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า เธอพยายามจะขยับตัวออกห่างด้วยความเกรงใจและรู้สถานะของตนเองดี ทว่าชายหนุ่มกลับรั้งไหล่เธอไว้เบาๆ
“อย่าเพิ่งขยับเลยครับ นั่งพักให้เลือดไปเลี้ยงสมองก่อน” วายุล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์ หยิบลูกอมรสผลไม้ออกมาแกะเปลือกแล้วยื่นส่งให้เธอ “อมนี่ไว้ก่อนนะ จะได้รู้สึกสดชื่นขึ้น ช่วงนี้ทำงานหนักเกินไปหรือเปล่า ร่างกายถึงได้ประท้วงเอาแบบนี้”
นลินดารับลูกอมเม็ดนั้นมาใส่ปาก รสชาติหวานอมเปรี้ยวช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ลงไปได้มาก เธอเงยหน้าขึ้นมองกุมารแพทย์หนุ่มตรงหน้า แววตาของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างแท้จริงโดยไม่มีสิ่งใดเคลือบแฝง มันเป็นความอ่อนโยนที่เธอโหยหาและไม่เคยได้รับจากผู้ชายอีกคนที่เธอสละให้หมดทั้งหัวใจ น้ำตาหยดหนึ่งเกือบจะร่วงหล่นลงมาด้วยความตื้นตัน ทว่าเธอต้องรีบกะพริบตาไล่มันกลับคืนไป
“หนูไม่เป็นไรแล้วจริงๆ ค่ะ ขอบคุณคุณหมอมากนะคะที่ช่วยหนูไว้”
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้วครับ แต่ถ้ายังรู้สึกว่าไม่ไหวก็ลาพักเถอะนะ สุขภาพต้องมาก่อนเสมอ” วายุส่งยิ้มละมุนละไมพลางเอื้อมมือมาแตะหน้าผากมนเบาๆ เพื่อวัดอุณหภูมิ สัมผัสนั้นเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ใจในฐานะแพทย์ที่ห่วงใยคนไข้
ทว่าภาพความใกล้ชิดนั้น กลับตกอยู่ในสายตาคมกริบของใครบางคนที่ยืนอยู่หลังผนังกระจกของห้องพักแพทย์ส่วนตัว
ตุลธรยืนสอดมือล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็ก นัยน์ตาสีรัตติกาลวาวโรจน์ด้วยเปลวเพลิงที่มองไม่เห็น สันกรามคมบดเข้าหากันแน่นจนเป็นรอยนูน ภาพที่ผู้หญิงของเขากำลังส่งยิ้มและปล่อยให้ผู้ชายคนอื่นแตะเนื้อต้องตัวอย่างสนิทสนม สร้างความหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาในอกอย่างประหลาด เขาพยายามบอกตัวเองอย่างหนักแน่นว่ามันไม่ใช่ความหึงหวง เขาแค่เกลียดความไม่เป็นมืออาชีพของพนักงานที่มานั่งออดอ้อนผู้ชายในเวลางาน แต่เหตุผลนั้นกลับฟังดูไร้น้ำหนักเมื่อเทียบกับความร้อนรุ่มที่สุมอยู่ในใจจนแทบระเบิด
‘เมื่อคืนยังร้องไห้ฟูมฟายแทบตาย พอเช้ามาก็หาเป้าหมายใหม่ได้ทันทีเลยสินะ ร่านไม่เบา’
ความคิดอคติบังเกิดเป็นข้อกล่าวหาร้ายแรง ตุลธรกระชากประตูห้องทำงานเปิดออกและก้าวเท้าอย่างรวดเร็ว ตรงไปยังบริเวณโซฟารับรองด้วยท่าทีคุกคาม บรรยากาศรอบกายของเขาเย็นเยียบจนพนักงานคนอื่นๆ ที่เดินผ่านไปมาต้องรีบหลบทางให้
“มาทำอะไรที่นี่วายุ คลินิกฉันไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่นายจะมาเดินเตร็ดเตร่หาเพื่อนคุย” ตุลธรเอ่ยทักทายเพื่อนรุ่นน้องด้วยน้ำเสียงห้วนจัด สายตาคมตวัดมองนลินดาที่รีบผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ ใบหน้าของเธอซีดลงกว่าเดิมเมื่อเผชิญหน้ากับความเกรี้ยวกราดที่แผ่ซ่านออกมา
“ผมแวะมาเอาเอกสารสัมมนาที่ลืมไว้ในห้องประชุมเมื่อวันก่อนครับ พอดีเห็นน้องลินหน้ามืดเกือบจะเป็นลมก็เลยเข้ามาช่วยประคองไว้” วายุตอบกลับด้วยรอยยิ้มสบายๆ ไม่ได้ใส่ใจกับท่าทีเกรี้ยวกราดของอีกฝ่ายตามประสาคนอารมณ์ดี
“งั้นเหรอ” ตุลธรแค่นเสียงในลำคอ เขากวาดสายตามองใบหน้าซีดเซียวของนลินดาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างเหยียดหยาม “ถ้าป่วยจนทำงานไม่ไหวก็กลับไปนอนซะ ไม่ใช่มานั่งเรียกร้องความสนใจจากผู้ชายกลางคลินิกแบบนี้ มันดูไม่งาม”
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนฝ่ามือที่ฟาดลงมากลางใบหน้าอย่างจัง นลินดาหน้าชาดิก ความรู้สึกขอบคุณที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอับอายและร้าวราน เธอรู้ดีว่าเขากำลังจงใจเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอต่อหน้าคนอื่น เพื่อตอกย้ำว่าเธอเป็นเพียงของเล่นที่เขาจะทำอย่างไรด้วยก็ได้
